บทความที่ได้รับความนิยม

วันพฤหัสบดีที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ล่องแก่งลำน้ำเข็ก จ.พิษณุโลก





เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

          "ล่องแก่ง" นับเป็นกีฬาอีกชนิดหนึ่งที่ท้าทายความสามารถของผู้รักการผจญภัยทางน้ำ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนนับเป็นช่วงที่เหมาะสำหรับการล่องแก่งเป็นอย่างมาก เนื่องจากน้ำมีปริมาณมาก และยิ่งมีกระแสน้ำไหลแรงมากเท่าใดจะสร้างความตื่นเต้น สนุกสนาน และความท้าทายให้แก่ผู้เล่นเป็นอย่างมาก ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ขอแนะนำสำหรับผู้รักการผจญภัยทางน้ำ หรือการล่องแก่งไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่งก็คือ "ล่องแก่งลำน้ำเข็ก" อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ซึ่งจัดเป็นสนามล่องแก่งที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย เนื่องจากลำน้ำเข็กแห่งนี้จะมีกระแสน้ำไหลผ่านเกาะแก่งมากมายตามระดับความ ยากง่ายตลอดเส้นทางสลับกันท้าทายความสามารถของนักล่องแก่งมืออาชีพเป็นอย่าง ยิ่ง

          โดยในปีนี้ทางจังหวัดพิษณุโลก ได้จัดงาน "เทศกาลชิมกาแฟแก่งซอง ล่องแก่งลำน้ำเข็ก ประจำปี 2552" ณ บริเวณลำน้ำเข็ก บ้านท่าข้าม หมู่ 2 ต.แก่งโสภา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงระหว่าง เดือนกรกฎาคม-ตุลาคม เพื่อประชาสัมพันธ์เทศกาลชิมกาแฟแก่งซอง ล่องแก่งลำน้ำเข็ก และเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวของจังหวัดให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้น รวมทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศด้วย
  
          ทั้งนี้ ลำน้ำเข็กมีแหล่งกำเนิดจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ ในเขตอำเภอเขาค้อไหลผ่านอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง มาเป็นน้ำตกศรีดิษฐ์ และน้ำตกแก่งโสภา อันสวยงามและมีชื่อเสียงของจังหวัดพิษณุโลก โดยลำน้ำเข็กจะไหลเคียงคู่กับเส้นทางหมายเลข 12 พิษณุโลก-หล่มสัก จะมีเกาะแก่งมากมาย ในช่วงเดือนกรกฎาคม-ตุลาคม เป็นช่วงฤดูฝนลำน้ำเข็กจะมีปริมาณน้ำที่เหมาะสมกับการล่องแก่งที่มีระดับ ความยากง่ายต่างกันไป

          สำหรับ การล่องแก่งลำน้ำเข็กจะมีระยะทาง 8 กิโลเมตร ใช้เวลาล่องประมาณ 3 ชั่วโมง ตลอดเส้นทางท่านจะได้สัมผัสถึงความสนุกสนาน ตื่นเต้นเร้าใจตลอดเวลาที่อยู่บนเรือยาง พร้อมทั้งยังจะได้ชมทัศนียภาพสองฝั่งแม่น้ำที่ถูกปกคลุมไปด้วยไม้ใหญ่ที่ร่ม รื่น และผ่านเกาะแก่งมากมายที่มีความรุนแรงแตกต่างกันไปตั้งแต่ระดับ 1-5 ตลอดเส้นทางสลับกันรวมทั้งหมด 18 แก่ง และในปีนี้มีผู้ประกอบการล่องแก่งนำแพยางมาให้บริการในการล่องแก่งกว่า 20 ลำ
  



          จุดเริ่มต้นของการล่องแก่งลำน้ำเข็กคือ "แก่งท่าข้าม" เป็นแก่งน้ำขนาดเล็ก พอให้นักล่องแก่งได้ฝึกหัดบังคับเรือยางสร้างความคุ้นเคยกับการล่องแก่งลำน้ำเข็ก จากนั้นจะล่องต่อไปที่ "แก่งไทร" เป็นแก่งที่มีระดับความยากอยู่ที่ระดับ 2-3 เป็นแก่งที่มีความคดเคี้ยว มีต้นไม้ปกคลุมหนาแน่นจนนักท่องเที่ยวที่ได้มาสัมผัสแล้วต่างก็ตั้งฉายาให้ กับแก่งนี้อีกชื่อคือ "แก่งมรดกป่า" ในการบังคับเรือยางให้ผ่านแก่งนี้ไปได้จะต้องใช้ทักษะในการบังคับเรือยางพอ สมควรกระแสน้ำจะไหลแยกออกเป็นสองทาง ก่อนล่องไปที่ "แก่งปากยาง" มีความยาวประมาณ 100 เมตร ความยากของแก่งนี้อยู่ที่ระดับ 2-3 แล้วแต่ความรุนแรงของกระแสน้ำ แก่งปากยางนี้จะมีน้ำตกเล็กๆ ที่ลดระดับของชั้นหินขวางอยู่ทั้งลำน้ำ เมื่อผ่านแก่งนี้ไปก็จะเข้าสู่ "แก่งหินลาด" แก่งนี้นักท่องเที่ยวจะสนุกกันอย่างสุดเหวี่ยง เนื่องจากเป็นแก่งที่นักท่องเที่ยวจะต้องยึดตัวให้อยู่บนเรือ ไม่เช่นนั้นอาจจะถูกกระแสน้ำซัดตกเรือ หรือกระเด็นไปอยู่หัวเรือ-ท้ายเรือได้ เพราะแก่งนี้มีกระแสน้ำที่ค่อนข้างรุนแรง
  
          จากนั้นล่องต่อไปยัง "แก่งสวนรัชมังคลา" ซึ่งแก่งนี้จะเป็นแก่งที่สนุกสนานอีกแก่ง เพราะนักท่องเที่ยวต้องบังคับเรือยางผ่านโขดหินเล็กที่เรียงรายกันอยู่กลาง น้ำ แก่งนี้ถ้าเป็นช่วงที่มีน้ำขึ้นจะมีคลื่นสูงถึง 1 เมตร ผ่านจุดนี้ไปก็เข้าสู่ "แก่งซาง" เป็นอีกแก่งหนึ่งที่เป็นลักษณะของลานหินกว้าง ลดหลั่นกันลงไปตามระดับแต่ละช่วง แก่งนี้จึงมีความยากอยู่ในระดับ 4-5 เลยทีเดียว และมาที่ "แก่งโสภาราม" เป็นแก่งคดเคี้ยวเลี้ยวไปมาคล้ายตัวเอส ความรุนแรงของกระแสน้ำไม่มากนัก แต่นักล่องแก่งจะต้องใช้ทักษะในการพายเรือยางค่อนข้างสูง ก่อนเข้าสู่ "แก่งนางคอย" ซึ่งอยู่ห่างจากแก่งซางระยะทางไม่ไกลกันเท่าใดนัก ลักษณะของแก่งจะค่อยๆ ลดระดับกันลงมาเป็นชั้นๆ ในบางครั้งกระแสน้ำที่ไหลกระทบกับชั้นหิน ของแก่งนางคอยจะมีความสูงเกือบสองเมตรเลยทีเดียว ดังนั้น ในการล่องเรือยางผ่านแก่งนางคอยนั้นนักล่องแก่งจะต้องใช้ทักษะในการพายสูง มิฉะนั้นโขดหินและเกาะแก่งต่างๆ ที่จมอยู่ใต้น้ำอาจจะทำให้เรือยางพลิกคว่ำลงได้ง่ายๆ

          ต่อด้วย "แก่งยาว" แก่งนี้จะมีความยาวถึง 100 เมตร สมกับชื่อของแก่ง โดยกระแสน้ำจะไหลผ่านโขดหินตลอดจนเกาะแก่งที่จมอยู่ใต้น้ำมากมายในช่วงฤดูฝน ในบางช่วงของแก่งกระแสน้ำอาจจะลดระดับลาดเอียงเทลงอย่างน่าใจหาย นักล่องแก่งจะต้องใช้ทักษะในการพายเรือผ่านแก่งนี้ค่อนข้างสูง เมื่อผ่านแก่งยาวไปได้แล้วแก่งต่างๆ ที่ยังเหลืออยู่นั้นไม่ว่าจะเป็น "แก่งคงสัก" "แก่งวังน้ำเย็น" และอีกหลายๆ แก่งที่มีความยากอยู่ในระดับ 2-3 หรือ 3-4 เท่านั้น โดยแก่งทั้งหมดที่เหลือนั้นนักท่องเที่ยวยังสามารถลงไปลอยคอผ่อนคลายกล้าม เนื้อให้เย็นสบายใจได้ และมาถึงแก่งสุดท้ายก่อนจะขึ้นฝั่งคือ "แก่งทับขุนไทร" รวมทั้งสิ้น 18 แก่ง ซึ่งตลอดเส้นทางที่ล่องแก่งนั้นนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับความสนุกสนาน ตลอดสายน้ำที่มีความเป็นธรรมชาติตลอด 3 ชั่วโมง

  



          อย่างไรก็ ตาม นอกจากสนุกสนานการล่องแก่งลำน้ำเข็กแล้ว นักท่องเที่ยวยังจะได้ชิมกาแฟแก่งซอง ซึ่งเป็นกาแฟท้องถิ่นพันธุ์อาราบิก้า ต้นตำรับแท้ๆ ที่มีความเข้มข้น หอมละมุน จึงมีชื่อเรียกติดปากว่า "กาแฟแก่งซอง" ซึ่งเป็นกาแฟที่ปลูกอยู่ทั่วไปบริเวณตำบลแก่งโสภา จนปัจจุบันกาแฟแก่งซองเป็นกาแฟขึ้นชื่อของจังหวัดพิษณุโลก และเป็นที่ยอมรับของคอกาแฟ และผู้จำหน่ายกาแฟทั่วไปอย่างแพร่หลาย นอกจากนี้ ยังมีร้านอาหารขึ้นชื่ออีกมากมายที่เปิดเลียบริมแม่น้ำเข็กรอรับ นักท่องเที่ยวให้แวะมาลองชิม โดยอาหารส่วนใหญ่เป็นอาหารประเภทปลาแม่น้ำที่ชาวบ้านหามาได้จากลำน้ำเข็ก ซึ่งเป็นปลาธรรมชาติที่มีอยู่อย่างชุกชุมเพื่อนำมาปรุงอาหารให้กับนักท่อง เที่ยวได้ลองลิ้มชิมรสปลาแม่น้ำสดๆ
  
          ทั้ง นี้ หากนักท่องเที่ยวผู้รักการผจญภัยทางน้ำท่านใด สนใจจะมาล่องแก่งลำน้ำเข็ก อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ ททท.สำนักงานการท่องเที่ยวภาคเหนือ เขต 3 จ.พิษณุโลก โทรศัพท์ 0-5525-2742-3

ปลายฝนต้นหนาว...เที่ยวป่าแม่วงก์


อุทยานแห่งชาติแม่วงก์
อุทยานแห่งชาติแม่วงก์

อุทยานแห่งชาติแม่วงก์
อุทยานแห่งชาติแม่วงก์

อุทยานแห่งชาติแม่วงก์
อุทยานแห่งชาติแม่วงก์

อุทยานแห่งชาติแม่วงก์
อุทยานแห่งชาติแม่วงก์


ปลายฝนต้นหนาว...เที่ยวป่าแม่วงก์ (เดลินิวส์)

โดย : ทีมข่าวนครสวรรค์

          หากพูดถึงป่า อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จ.นครสวรรค์ หลาย คนคงรับรู้ว่า ผืนป่าตะวันตกแห่งนี้ เป็นป่าใหญ่ที่เชื่อมต่อกับป่าอุ้มผาง จ.ตาก และ ป่าห้วยขาแข้ง จ.อุทัยธานี โชคดีที่พื้นป่าทั้งสองแห่งได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกไปแล้ว ทว่าป่าแม่วงก์ยามนี้จะยังไม่ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลก แต่หมู่มวลสรรพสัตว์ที่อาศัยในผืนป่าใหญ่อันสมบูรณ์แห่งนี้ ก็ยังคงอดทนรอคอยอย่างมีความหวังต่อไป เพราะว่าป่าใหญ่ ไม้งามผืนสุดท้ายแห่งเมืองปากน้ำโพผืนนี้ มันได้ผ่านการพิสูจน์ความอดทนมาอย่างยาวนานหลายชั่วอายุคน
  
          อดีตป่าแม่วงก์ได้ผ่านยุคของการถากถาง เมื่อขบวนการทำไม้รุ่งเรือง ป่าใหญ่แห่งนี้ก็กลายเป็นแหล่งชักลากทำไม้สำคัญ สร้างความมั่งคั่งแก่คหบดีมากมาย จวบจนเข้าสู่ยุคของการขัดแย้งทางความคิด ผืนป่าแม่วงก์ก็กลายเป็นเขตเคลื่อนไหวของสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์แห่ง ประเทศไทย และเมื่อความขัดแย้งสงบลง ทางการประกาศให้ป่าไม้เป็นเขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า จึงอพยพชาวบ้านออกจากป่า มาจัดสรรที่ดินทำกินใหม่ ห้ามการบุกรุก นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นแห่งการฟื้นตัวของผืนป่าแม่วงก์อีกครั้ง
  
          ปลายฝน ต้นหนาว ตลอดระยะเวลานาน 3 เดือนจากนี้ บรรยากาศ ณ แก่งเกาะใหญ่ ตำบลแม่เล่ย์ อ.แม่วงก์ จะเต็มไปด้วยความคึกคัก คลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบความท้าทาย เพราะเป็น 3 เดือนแห่งความสุข จุดเริ่มต้นของฤดูการล่องแก่งแม่เรวา กิจกรรมหนึ่งที่นักท่องเที่ยวทุกสารทิศสามารถสัมผัสความท้าทาย ของสายน้ำ ขุนเขา และการผจญภัยอย่างเต็มอิ่มที่นี่

  
อุทยานแห่งชาติแม่วงก์
อุทยานแห่งชาติแม่วงก์


          จุดเริ่มต้นของการลงเรือจะอยู่ที่ หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ที่ มว. 4 (แม่เรวา) ตั้งอยู่ช่วงตอนกลางของ อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ถือ ว่าเป็นป่าที่สุดยอดของความสมบูรณ์ นักท่องเที่ยวสามารถมากางเต็นท์ค้างคืน นอนฟังเสียงน้ำในห้วยแม่วงก์ไหลซ่านซอกหิน ประหนึ่งเสียงของโอเปร่าที่ขับกล่อมอยู่เนือง ๆ ยิ่งบรรยากาศยามเช้าช่วงปลายฝน ต้นหนาว จะสวยงามเหนือคำบรรยายจริง ๆ หากใครโชคดีมีสายฝนโปรยปราย ลงมาปะทะโขดหิน สายน้ำแตกกระจายกลายเป็นละอองฝอยระยิบ สะท้อนแสงพระอาทิตย์ที่สอดส่องทอผ่านใบไม้ลงมาสัมผัส ประกายแสงระยิบระยับสวยงามจับใจ
  
          หากนักท่องเที่ยวจะทอดสายตาออกไปทางทิศเหนือ จนสุดการมองเหนือลำห้วยห้วยแม่เรวา จะมองเห็นยอดเนินเขาลูกทมึนเบื้องหน้า ที่เปรียบเสมือนกำแพงที่ธรรมชาติรังสรรค์ กางกั้นระหว่างหมู่บ้านกับผืนป่าแม่วงก์ตอนใน สายน้ำจากลำห้วยแม่วงก์ที่ไหลผ่านป่าสักผืนงามกลางป่าลึก ได้ไหลผ่านเกาะแก่งโขดหินช่วงที่เรียกว่า "ลานนกยูง" ผ่านคดเคี้ยวตรงไปยังทิศใต้ มีแก่งหินที่เรียกว่า "แก่งเกาะใหญ่" เป็นจุดหมายปลายทาง

  
อุทยานแห่งชาติแม่วงก์
อุทยานแห่งชาติแม่วงก์


          นายสุรพจน์ นวมถนอม นายอำเภอแม่วงก์ เปิดเผยว่า หากนักท่องเที่ยวที่ต้องการความท้าทายกิจกรรมล่องแก่ง ช่วงปลายฝน ต้นหนาวขอเชิญได้ที่อำเภอแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์ นักท่องเที่ยวสามารถทำกิจกรรมล่องเรือยาง และ การพายเรือคยัคระดับความยากปานกลาง ล่องแก่งไปตามห้วยแม่วงก์ระยะทางประมาณ 7-8 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 1-2 ชั่วโมง เหมาะสำหรับมือใหม่หัดพายไม่เป็นอันตรายสายน้ำที่ใสไหลเย็นทำให้การล่องแก่งที่นี่ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ แถมสองฝั่งของลำห้วยนักท่องเที่ยวยังสามารถศึกษาธรรมชาติ ชมวิวทิวทัศน์และความสวยงามของธรรมชาติอย่างใกล้ชิดอีกด้วย
  
          "ลองหลับตานึกดูว่าสายน้ำ ที่ไหลเรื่อย ๆ จากผืนป่าใหญ่ ผ่านเกาะแก่ง กระทบลานนกยูง จุดเริ่มต้นของการล่องเรือยาง นักท่องเที่ยวที่จ้วงพายตัดกับสายน้ำสีขาวใส ลดเลี้ยวผ่านป่าสักสีเขียวสดสองฟากฝั่ง ช่วงฤดูปลายฝนต้นหนาวนี้จะสวยงามขนาดไหน เพราะว่าต้นสักทุกต้นในป่าแห่งนี้กำลังอวดดอกขาวนวลสะพรั่ง เมื่อขบวนเรือผ่านแก่งน้ำเชี่ยวลอยล่องไปตามความแรงของสายน้ำ นักท่องเที่ยวจะตื่นเต้นท้าทายขนาดไหนรับรองจะประทับใจมิรู้ลืม" นายอำเภอแม่วงก์กล่าว
  

อุทยานแห่งชาติแม่วงก์
อุทยานแห่งชาติแม่วงก์


          ด้าน นายสมศักดิ์ แจ่มฟ้า นายก อบต.แม่เล่ย์ กล่าวต่อด้วยว่า ในส่วนที่พักนักท่องเที่ยวสามารถจะเลือกนอนเต็นท์ นอนบ้านพัก หรือ นอนโฮมสเตย์ก็ได้ อุทยานฯ มีบ้านพักไว้บริการ ในราคามาตรฐานสากล หากใครต้องการสัมผัสธรรมชาติที่บริสุทธิ์ ก็สามารถนำเต็นท์มากางเองก็ได้ แต่ หากต้องการสัมผัสวิถีชาวบ้านอย่างใกล้ชิด นักท่องเที่ยวก็เลือกนอนโฮม สเตย์ที่ชาวบ้าน กลุ่มโฮมสเตย์แม่เรวาจัดบริการไว้ในราคาแสนประหยัดเพียงคืนละ 150 บาทเท่านั้น
  
          "นอกจากการล่องแก่งที่แสนสนุกแล้ว หน่วยแม่เรวายังมีกิจกรรมปั่นจักรยานเสือภูเขาไปตามเส้นทาง ระหว่างแก่งลานนกยูงไปจนถึงหน่วยจัดการต้นน้ำขุนน้ำเย็น ระยะทาง 5 กิโลเมตร ผ่านป่าเต็งรังสมบูรณ์สามารถชมนกประจำถิ่นในป่าเต็งรังได้ด้วย สามารถติดต่อได้ที่หน่วยฯ แม่เรวาได้ทุกวัน" นายก อบต.แม่เล่ย์ กล่าว

  
อุทยานแห่งชาติแม่วงก์
อุทยานแห่งชาติแม่วงก์


          สำหรับการเดินทางมา เที่ยวที่นี่ที่แสนสะดวก สามารถเดินทางได้โดยรถยนต์จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางสายเอเซีย ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 มุ่งสู่นครสวรรค์ เมื่อถึงตัวจังหวัดนครสวรรค์ยังคงใช้เส้นทางสายเอเซียหมายเลข 1 เหมือนเดิม ขับขึ้นไปอีกประมาณ 20 กิโลเมตรเศษ ถึงแยก หนองเบน จากนั้นให้เลี้ยวซ้ายเข้าสู่เส้นทางสาย 1072 ผ่านอำเภอลาดยาว ถึงสี่แยกเขาชนกันให้ตรงไปจนสุดเส้นทางรวมระยะทางประมาณ 310 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง หรือ สามารถสอบถามเส้นทางได้ที่ ที่ว่าการอำเภอแม่วงก์ ที่ทำการ อบต.แม่เล่ย์ อำเภอแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์ 0-5629-5102 หรือ 08-7976-4674 รับรองนักท่องเที่ยวจะประทับใจมิรู้ลืม

วันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

วังเวียง กุ้ยหลินเมืองลาว


วังเวียง

วังเวียง
 
วังเวียง

วังเวียง
 
วังเวียง กุ้ยหลินเมืองลาว (Weekend)

เรื่องโดย : Tongta

          โหดไปมั้ยถ้าจะขับรถไปถึงลาว
          โอ๊ย...ไม่ฌหดหรอก ขนาดพี่ป๋อ (ในโฆษณารถ...) เขายังบอกเลยว่าเรื่องจิ๊บ ๆ
          ลองกันมั้ย อยากรู้ว่าจะเป็นไงบ้าง

          ว่า แล้วก็เตรียมตัวออกเดินทางไปลาวด้วยขาสองข้างของเราเอง สองสาวบุกบั่นค้นหาข้อมูลเพื่อการท่องเที่ยวครั้งนี้ ลาว –ไทย ใกล้กันนิดเดียว แต่ต้องใช้เวลามากโขกว่าจะสัมผัสถึงแก่นแท้ โดยออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ตั้งแต่ 8 โมงเช้า ตรวจสภาพรถให้พร้อมแล้วออกมุ่งหน้าสู่ "หนองคาย" ใช้เวลาเบ็ดเสร็จประมาณ 10 ชั่วโมง (รวมการหม่ำข้าวริมทาง) คืนแรกพักที่หนองคายก่อนแล้วกัน

วังเวียง

วังเวียง


          มีคนแนะนำว่าให้ใช้บริการ "รับกรอกเอกสาร+ทำบัตรผ่านแดน"เพื่อ ความสะดวกและรวดเร็ว เราสองคนมุ่งหน้าไปที่ร้านนั้นทันทีในรุ่งเช้า เสียค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น 150 บาท เขาคิคค่ากรอกใบละ 50 บาท (คน 2 บวกกับรถอีก 1 รวมเป็น 3) จากนั้นก็ไปตั้งแถวรอเข้าเมืองลาวที่หน้าด่านหนองคาย-ท่านาแล้ง เพื่อรอข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาว คิวยาวสุด ๆ และใช้เวลาเกือบ 1 ชั่วโมง ถึงจะผ่านไปได้

          สิบโมงเช้ากับบรรยากาศอุ่น ๆ จักรยานคู่ใจถูกกางออกพร้อมร่อนรอบเมือง ลมที่นี่เย็นสบายและไม่มีสารพิษเจือปน "ถ้ำจัง"คือ สถานที่แรกของวัน ภายในเป็นโถงใหญ่ มีไฟปะดับ อากาศด้านในเย็นฉ่ำ และมีหินงอกหินย้อยรูปร่างแปลก ๆ ให้ดู จากนั้นเราก็หาของรองท้องริมทาง เป็นส้มตำจานเด็ดที่รสชาติไม่เจ็บเหมือนบ้านเรา

หอพระแก้ว

หอพระแก้ว

ประตูชัย

ประตูชัย

พระธาตุหลวง

พระธาตุหลวง

          นอกจาก "ถ้ำจัง" แล้ว ที่นี่ยังมีอะไรให้ดูอีกเยอะ .... การสักการะ "พระธาตุหลวง" ศาสนสถานที่สำคัญที่สุดของประเทศลาว "ประตูชัย" อนุสรณ์สถานเพื่อระลึกถึงประชาชนชาวลาวผู้เสียสละชีวิตในสงคราม ก่อนหน้าการปฎิวัติของพรรคคอมมิวนิสต์ "หอพระแก้ว" พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ แต่เดิม "หอพระแก้ว" เป็นวัดหลวงประจำราชวงศ์ของลาว...

วังเวียง

วังเวียง
วังเวียง

วังเวียง

          การเดินชมตลาดเช้ามักมีอะไรที่น่าตื่นตาตื่นใจเสมอ หมอกบาง ๆ พาดผ่านทุกอณูบนทางเดิน เย็นชื้นและชุ่มฉ่ำ บอกตามตรงเลยว่าฉันติดใจอากาศของที่นี่มาก ๆ ยิ่งได้มีเวลาอยู่เท่าไหร่ก็ยิ่งหลงรัก และกิจกรรมที่น่าสนใจอีกอย่างคือ "ล่องเรือ" ลำน้ำซองเป็น เรือแคนูขนาดย่อม ๆ สามารถพายเล่นไปมาได้ทั้งวันถ้าไม่เหนื่อย คืนที่สองพวกเราเลือกย้ายที่นอน เพื่อลองบรรยากาศใหม่ ๆ และเปรียบเทียบความงามของบ้านพัก

          สรุป การเดินทางจากกรุงเทพฯ ถึงหนองคาย ต่อด้วย วังเวียง รวมทั้งสิ้น 4 วัน 3 คืน เงินในกระเป๋าไม่แฟบเท่าไหร่ ที่หมดไปเยอะเห็นจะเป็นค่าน้ำมัน ประมาณ 5,500 – 6,000 บาท ค่าเอกสารสำหรับออกนอกเมืองทั้งคนทั้งรถไม่เกิน 1,500 บาท ค่าที่พัก 3 คืน 4,500 บาท ค่าเช่าเรือ, ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยว อยู่ที่ 2,000 บาท ส่วนที่เหลือคือค่ากิน ค่าของใช้ที่ไม่ค่อยจำเป็นเท่าไหร่ รวมไปถึงของที่ระลึกสำหรับ 2 คน ฉันว่า 20,000 บาท อยู่หมัด ราคานี้เผื่อผู้ที่อยากไปเยือน หลวงพระบาง ด้วยนะคะ

          สุขใจเต็มอิ่มกับบรรยากาศเนิบ ๆ ใน วังเวียง

วังเวียง

วังเวียง

เอกสารที่จำเป็นต้องใช้

          1. พาสปอร์ต (คน) ก่อนหมดอายุไม่น้อยกว่า 6 เดือน (สำเนาบัตรประชาชน 2 ชุด)

          2. พาสปอร์ต (รถ) เล่มสีม่วง ทำพาสปอร์ตรถที่สถานีขนส่ง บอกเจ้าหน้าที่ว่าจะนำรถไปเที่ยวต่างประเทศ (ค่าใช้จ่ายประมาณไม่เกิน 200 บาท)

          3. ทะเบียนรถตัวจริง กรณีรถติดไฟแนนซ์ต้องไปติดต่อกับบริษัทฯ ขอนำรถออกนอกราชอาณาจักร (ถ้าเขามีหนังสือรับรองให้เรา สามารถนำรถออกไปได้ ถ้าบริษัทฯ ไม่รับรองก็ไม่ได้) เตรียมสำเนาสมุดเสียภาษี 2 ชุด

สุนัขแสนรู้ รอเจ้าของกว่า8เดือนไม่ไปไหน

สุนัขแสนรู้ รอเจ้าของกว่า8เดือนไม่ไปไหน

สุนัขแสนรู้ รอเจ้าของกว่า8เดือนไม่ไปไหน
สุนัขแสนรู้ รอเจ้าของกว่า8เดือนไม่ไปไหน
พบสุนัขแสนรู้พันธุ์ผสมอัลเซเซียน เพศผู้ อาศัยศาลาข้างทางนานร่วม 8 เดือน คาดรอเจ้านายกลับมารับ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (25 พ.ค.) พบสุนัขหลงทางกับเจ้าของ ไม่ยอมไปไหนพักอาศัยอยู่ในศาลาผู้โดยสาร ริมถนนสายกระบี่-ขนอม ฝั่งมุ่งหน้า อ.กาญจนดิษฐ์ ตัดกับถนนสายสุราษฎร์-นาสาร หมู่ 3 ต.ขุนทะเล อ.เมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี มานานหลายเดือน จึงประสานมูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฏร์ธานีไปตรวจสอบ ภายในศาลาข้างทางพบสุนัขพันธุ์ผสมอัลเซเซียน เพศผู้ อายุประมาณ 1-2 ปี สภาพผอมโซ พอมันเห็นกลุ่มคนมามุงดู เลยตื่นตกใจวิ่งข้ามถนนไปอีกฝั่ง เจ้าหน้าที่พยายามเรียกให้มันเข้ามาเพื่อนำไปเลี้ยง แต่มันแสนรู้ไม่ยอมเข้าใกล้ เจ้าหน้าที่เลยไปซื้อเป็ดพะโล้มาวางล่อ มันจึงยอมเดินเข้าไปกิน แต่ยังไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ จากนั้นจึงก้มกินเป็ดพะโล้จนหมด หลังจากเจ้าหน้าที่พยายามหาทางจะจับมันอยู่นานเกือบชั่วโมง มันก็ยังไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ สุดท้ายเลยต้องแยกย้ายกันกลับ
นายสมพงษ์ ปานทอง พนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เมื่อ 4 เดือนที่แล้ว ตนเห็นเจ้าสุนัขตัวดังกล่าวอาศัยอยู่ในศาลาข้างทาง ด้วยความสงสารหลังเลิกงาน เลยนำไข่เป็ดกับไข่ไก่มาให้มันกิน ทราบมาจาก 2 สามีภรรยาคู่หนึ่งที่มักนำอาหารมาให้มันกินเช่นกันว่า เจอเจ้าสุนัขหลงทางตัวนี้เมื่อ 8 เดือนก่อน สงสัยจะหลงกับเจ้าของ และมันไม่รู้จะไปไหนเลยอาศัยศาลาข้างทางเป็นที่หลับนอน เผื่อเจ้าของอาจตามมาเจอ ซึ่งตนเคยจะจับมันไปเลี้ยงแต่มันไม่ยอมให้จับ

วันศุกร์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ชมธรรมชาติเขียวขจีที่ ทุ่งแสลงหลวง


ทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งแสลงหลวง

ชมธรรมชาติเขียวขจีที่ ทุ่งแสลงหลวง จ.พิษณุโลก (คู่หูเดินทาง)

          แม้หน้าฝนปีนี้จะมาช้ากว่าทุกปี แต่ก็ไม่ได้ทำให้ทุ่งป่าเขียวขจีแห่งทุ่งแสลงหลวงลดน้อยความสวยงามไป คู่หูพาเที่ยวฉบับนี้เราจะพาคุณผู้อ่านไปที่ "อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง" พาขึ้นไปดูต้นสนสองใบและธรรมชาติอันแสนบริสุทธิ์ ณ ทุ่งนางพญา
  
          การเดินทางครั้งนี้มีความตื่นเต้นและตื่นตาตื่นใจอยู่ตลอดเวลา เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เราทีมงานคู่หูเดินทางมาเที่ยวยังที่แห่งนี่ ที่สำคัญอากาศค่อนข้างครึมมีฝนตกตลอดเส้นทาง แต่ในวิกฤตย่อมมีโอกาสทุกอย่างมีสองด้านเสมอ เพราะการที่ฝนตกทำให้ตลอดเส้นทางการเดินทาง เราจะได้เห็นหมอกลอยนวลขาวอยู่บนยอดเขาใกล้ไกลตลอดทาง โรแมนติกมาก ๆ ประทับใจสุด ๆ ทำให้เราได้เรียนรู้ว่าจริง ๆ แล้วหน้าฝนก็มีความงดงามของธรรมชาติซุกซ่อนตัวอยู่เช่นกัน

ทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งแสลงหลวง

          อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง มีพื้นที่ครอบคลุม 2 จังหวัด คือ ท้องที่อำเภอวังทอง อำเภอนครไทย อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก และอำเภอเขาค้อ อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ มีสภาพธรรมชาติ ทิวทัศน์ และลักษณะทางธรรมชาติที่สวยงามหลายแหล่ง เช่น ถ้ำ น้ำตก ทุ่งหญ้าโล่งใหญ่ อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพันธุ์ไม้และสัตว์ป่านานาชนิด มีเนื้อที่ประมาณ 789,000 ไร่ หรือ 1,262.40 ตารางกิโลเมตร

          สำหรับชื่อของ อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง นี้ เป็นชื่อของทุ่งหญ้าขนาดใหญ่ทางด้านทิศใต้ของอุทยานฯ ซึ่งอยู่ห่างจากที่ว่าการอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงประมาณ 60 กิโลเมตร สันนิษฐาน ว่าชื่อทุ่งแสลงมาจากชื่อพันธุ์ไม้ชนิดหนึ่งในทุ่งหญ้าแห่งนี้ คือ ต้นแสลงใจ เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ผลสุกสีแสด คาดว่าในสมัยก่อนมีต้นแสลงใจขนาดใหญ่ขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก ประกอบกับสภาพภูมิประเทศเป็นเนินสูง ๆ ต่ำ ๆ มีป่าหลายชนิด และสัตว์ป่าชุกชุม จึงตั้งชื่อว่า "ทุ่งแสลงหลวง" ให้สมกับเป็นพื้นที่ที่รวบรวมความหลากหลายของธรรมชาติไว้

ทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งแสลงหลวง


          ภูมิประเทศมีลักษณะเป็นภูเขาคล้ายหลังเต่า เป็นเทือกเขาหินปูนทอดเป็นแนวยาว มีจุดสูงสุดคือ บริเวณเขาแค เป็นต้นน้ำลำธารหลายสาย เช่น ห้วยเข็กใหญ่ ห้วยเข็กน้อย ลำน้ำทุ้ม คลองชมภู และคลองวังทอง เป็นต้น ฤดูฝนอยู่ในระหว่างเดือนกรกฎาคม-ตุลาคม และฤดูหนาวระหว่างเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ อากาศจะหนาวเย็นมากเหมาะแก่การไปท่องเที่ยว พันธุ์ไม้ที่สำคัญ ได้แก่ ไม้สนสองใบ มะม่วงป่า ประดู่ และทุ่งหญ้าที่เป็นพื้นที่โล่งกว้างใหญ่มีสนและไม้ดอกขึ้นสลับกันอยู่

          สามารถมากางเต็นท์ได้ ณ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ทุ่งนางพญา และ ทุ่งโนนสน แต่ 2 ที่หลังนี้ไม่มีบริการไฟฟ้าและห้องน้ำอยู่กันแบบธรรมชาติล้วน ๆ ซึ่งการเดินทางไปแต่ละจุดนั้นต้องใช้รถที่มีประสิทธิภาพสักหน่อย ยิ่งเป็นรถขับเคลื่อน 4 ล้อยิ่งดี เพราะในช่วงหน้าฝนถนนค่อนข้างลื่นชัน กิจกรรมที่นิยมมากคือการขี่จักรยานเที่ยวชมธรรมชาติรอบ ๆ อุทยานฯ


ทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งแสลงหลวง

          สำหรับ ทุ่งนางพญา นั้น จะอยู่ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวประมาณ 14 กิโลเมตร ต้องใช้เวลาเดินทางเกือบ 1 ชั่วโมง จากนั้นถ้าต้องการไปยัง ทุ่งโนนสน ต่อก็ต้องเดินทางเข้าไปอีก 18 กิโลเมตร ระหว่างทางเราจะได้พบ ต้นดอกกระเจียวขาว เอื้องชะนี เอื้องคำปากไก่ เฟิร์นชนิดต่าง ๆ เป็นต้น เมื่อเราได้มายืนอยู่ท่ามกลางป่าทุ่งสนสองใบ เราจะได้ยินเสียงลม วีด วิ้ว อยู่ตลอดเวลา ขอบอกว่ามันเป็นเสียงที่บรรเลงโดยธรรมชาติล้วน ๆ

          การ เดินทางครั้งนี้ ความโรแมนติกของบรรยากาศและสถานที่ พร้อมทั้งความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติทำให้ทุ่งแสลงหลวงในหน้าฝน เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกประทับใจมาก และในโอกาสต่อไปเราจะกลับมาเยือน ทุ่งแสลงหลวง นี้อีกครั้งในช่วงฤดูหนาว เพราะครั้งหน้าเราจะพาคุณมาชม ทุ่งแสลงหลวงในแบบฉบับพื้นป่าทุ่งหญ้าสะวันนาเมืองไทย พร้อมดอกไม้นานาพันธุ์


น้ำตกแก่งซอง

น้ำตกแก่งซอง

วัดราชคีรีหิรัญยาราม

วัดราชคีรีหิรัญยาราม

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

          น้ำตกแก่งซอง เป็นแหล่งท่องเที่ยวในเขตอุทยานทุ่งแสลงหลวง ด้านจังหวัดพิษณุโลก ทางหลวงหมายเลข 12 กม. 45 เกิดจากลำน้ำเข็กลดระดับทำให้ธารน้ำมีลักษณะเป็นน้ำตกมีขนาดใหญ่ ในช่วงฤดูฝนน้ำจะมีลักษณะสีน้ำตาลขุ่น แต่ในช่วงฤดูหนาวและร้อนเมื่อน้ำลดระดับลงน้ำจะมีสีขาวใส สามารถพายเรือคายัคเล่นได้

           วัดราชคีรีหิรัญยาราม (เขาสมอแคลง) มาสักการะเจ้าแม่กวนอิมหยกขาว ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก สูงถึง 3.5 เมตร สร้างมาจากหินหยกขาวชิ้นเดียว ได้รับการปลุกเสกจากวัดหยินธงเป่าเตี้ยน ประเทศจีน บริเวณโดยรอบวัดยังจัดสร้างองค์พระพุทธรูปสำคัญปรางค์ต่าง ๆ ประดิษฐาน เพื่อให้เป็นที่กราบไหว้สักการะของพุทธสากนิกชนชาวพุทธโดยทั่วไป

           เจดีย์ยอดด้วน (เขาสมอแคลง) มี อายุราว 700 ปี พงศาวดารเหนือบันทึกไว้ว่า พระยาจิตรไวย แห่งเจ้าเมืองน่านสร้างเจดีย์องค์นี้เพื่อบรรจุพระธาตุของพระอรหันต์เถระ เจ้า คือ พระอุบาลีเถระและพระศิริมานนท์เถระ ซึ่งเป็นพระสงฆ์ 2 รูปที่ได้รับนิมนต์เป็นประธานฝ่ายสงฆ์สร้างพระพุทธชินราช ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร มีการซ่อมแซมและบูรณะมาหลายครั้งแล้ว ลักษณะเจดีย์เป็นทรงลังกา มีฐานสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ 3 ชั้น หลังจากนั้นจะเป็นฐานย่อแปดเหลี่ยมแล้วขึ้นเป็นองค์ระฆัง ลักษณะเด่นของที่นี่คือบริเวณยอดเจดีย์องค์ระฆังจะมีเพียงแค่ครึ่งซีกเท่า นั้น

           พระมหาธาตุเจดีย์ศรีบวรชินรัตน์ (เขาสมอแคลง) สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 9 เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาและบูชาความดีของบูรพมหากษัตริย์นักรบไทย ส่วนยอดที่เป็นดอกบัวของพระมหาธาตุเจดีย์นั้นได้บรรจุพระบรมธาตุ คือ พระนลาต (กระดูกส่วนหน้าผาก) และพระบรมสารีริกธาตุส่วนต่าง ๆ ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

           โรงเจไซทีฮุกตึ๊ง ศาลเจ้าพ่อเห้งเจีย (เขาสมอแคลง) มีความวิจิตรสวยงามมาก มีจุดที่ให้ได้กราบไหว้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์หลายแห่ง อาทิ เข้าเฝ้าเง็กเซียนฮ่องเต้ สักการะเจ้าแม่กวนอิมพันมือ เดินชมสวนสวรรค์แห่งเทพเจ้า พร้อมชมจุดชมวิวดอยสุเทพ 2 มอง ซึ่งสามารถมองเห็นทุ่งนา บ้านเรือนและบริเวณโดยรอบของอำเภอวังทอง

ทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งแสลงหลวง

Tips ข้อมูลการเดินทาง

          การเดินทางไปทุ่งแสลงหลวง

          โดยรถยนต์ส่วนตัวสามารถใช้เส้นทางได้ 2 เส้นทาง คือ ...

          • เส้นทางแรก จากจังหวัดเพชรบูรณ์ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 21 ไปทางอำเภอหล่มสัก ระยะทางประมาณ 13 กิโลเมตร ถึงบ้านนางั่วแล้วเลี้ยวซ้าย ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 2258 ขึ้นเขาค้อผ่านสี่แยกบ้านสะเดาะพงผ่านพระตำหนักเขาค้อ ตรงไปจนถึงบ้านทางตะวันเลี้ยวขวาไปอีกประมาณ 4 กิโลเมตร จะถึงหน่วยจัดการอุทยานฯ ทุ่งแสลงหลวงที่ 1 (หนองแม่นา)

          • เส้นที่สอง จากจังหวัดพิษณุโลกใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 12 เส้นพิษณุโลก-หล่มสัก ประมาณ 100 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าสู่เขาค้อผ่านหน้าอำเภอเขาค้อ ถึงสี่แยกบ้านสะเดาะพงแล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2258 ผ่านพระตำหนักเขาค้อตรงไปบ้านทางตะวัน เลี้ยวขวาไปอีกประมาณ 4 กิโลเมตร จะถึงหน่วยจัดการอุทยานฯ ทุ่งแสลงหลวงที่ 1 (หนองแม่นา)

          โดยรถโดยสารประจำทาง

          ทาง บขส. มีบริการมายบัส คือรถด่วนพิเศษไม่จอดระหว่างทาง วิ่งตรงจากกรุงเทพฯ - พิษณุโลก จากนั้นก็โดยสารรถประจำทางสายพิษณุโลก-หล่มสัก ลงรถที่บ้านแค้มป์สน กิโลเมตรที่ 100 แล้วว่าจ้างเหมารถสองแถวที่ปากทางแค้มป์สนไปยังหน่วยฯ หนองแม่นา สามารถสอบถามตารางเดินรถ บขส. ได้ที่ Call Center 1490

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ี่

          อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ตู้ ปณ. 64 อ.เมือง จ.พิษณุโลก 65120 โทร. 0-5526-8019