บทความที่ได้รับความนิยม

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จังหวัดเพชรบูรณ์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จังหวัดเพชรบูรณ์ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ทุ่งแสลงหลวง,จังหวัดเพชรบูรณ์

7Share

ชมธรรมชาติเขียวขจีที่ ทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งแสลงหลวง

ชมธรรมชาติเขียวขจีที่ ทุ่งแสลงหลวง จ.พิษณุโลก (คู่หูเดินทาง)

          แม้หน้าฝนปีนี้จะมาช้ากว่าทุกปี แต่ก็ไม่ได้ทำให้ทุ่งป่าเขียวขจีแห่งทุ่งแสลงหลวงลดน้อยความสวยงามไป คู่หูพาเที่ยวฉบับนี้เราจะพาคุณผู้อ่านไปที่ "อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง" พาขึ้นไปดูต้นสนสองใบและธรรมชาติอันแสนบริสุทธิ์ ณ ทุ่งนางพญา
  
          การเดินทางครั้งนี้มีความตื่นเต้นและตื่นตาตื่นใจอยู่ตลอดเวลา เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เราทีมงานคู่หูเดินทางมาเที่ยวยังที่แห่งนี่ ที่สำคัญอากาศค่อนข้างครึมมีฝนตกตลอดเส้นทาง แต่ในวิกฤตย่อมมีโอกาสทุกอย่างมีสองด้านเสมอ เพราะการที่ฝนตกทำให้ตลอดเส้นทางการเดินทาง เราจะได้เห็นหมอกลอยนวลขาวอยู่บนยอดเขาใกล้ไกลตลอดทาง โรแมนติกมาก ๆ ประทับใจสุด ๆ ทำให้เราได้เรียนรู้ว่าจริง ๆ แล้วหน้าฝนก็มีความงดงามของธรรมชาติซุกซ่อนตัวอยู่เช่นกัน

ทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งแสลงหลวง

          อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง มีพื้นที่ครอบคลุม 2 จังหวัด คือ ท้องที่อำเภอวังทอง อำเภอนครไทย อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก และอำเภอเขาค้อ อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ มีสภาพธรรมชาติ ทิวทัศน์ และลักษณะทางธรรมชาติที่สวยงามหลายแหล่ง เช่น ถ้ำ น้ำตก ทุ่งหญ้าโล่งใหญ่ อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพันธุ์ไม้และสัตว์ป่านานาชนิด มีเนื้อที่ประมาณ 789,000 ไร่ หรือ 1,262.40 ตารางกิโลเมตร


                จุดกางเต็นท์อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงด้านพิษณุโลก อยู่บริเวณกม.ที่ 80 บนถนนพิษณุโลก-หล่มสัก ห่างจากแยกแคมป์สนไปทางพิษณุโลกอีกประมาณ 20 กม. ใช้เวลาเดินทางจาก เขาค้อประมาณ 30 นาที จุดกางเต็นท์จุดนี้ เป็นจุดที่อยู่ริมลำธาร ลำน้ำเข็ก ที่ไหลลงมาจากเขาค้อ ซึ่งทางอุทยานฯจัดจุดกางเต็นท์ไว้ทั้ง 2 ฝั่งลำน้ำ ทำให้ได้บรรยากาศกางเต็นท์ในหุบเขาริมลำธาร สามารถลงเล่นน้ำริมลำธารได้ โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกเตรียมไว้ด้วย เช่นห้องน้ำ ร้านค้าเล็กๆน้อยๆ เป็นต้น


          สำหรับชื่อของ อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง นี้ เป็นชื่อของทุ่งหญ้าขนาดใหญ่ทางด้านทิศใต้ของอุทยานฯ ซึ่งอยู่ห่างจากที่ว่าการอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงประมาณ 60 กิโลเมตร สันนิษฐาน ว่าชื่อทุ่งแสลงมาจากชื่อพันธุ์ไม้ชนิดหนึ่งในทุ่งหญ้าแห่งนี้ คือ ต้นแสลงใจ เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ผลสุกสีแสด คาดว่าในสมัยก่อนมีต้นแสลงใจขนาดใหญ่ขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก ประกอบกับสภาพภูมิประเทศเป็นเนินสูง ๆ ต่ำ ๆ มีป่าหลายชนิด และสัตว์ป่าชุกชุม จึงตั้งชื่อว่า "ทุ่งแสลงหลวง" ให้สมกับเป็นพื้นที่ที่รวบรวมความหลากหลายของธรรมชาติไว้

ทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งแสลงหลวง


          ภูมิประเทศมีลักษณะเป็นภูเขาคล้ายหลังเต่า เป็นเทือกเขาหินปูนทอดเป็นแนวยาว มีจุดสูงสุดคือ บริเวณเขาแค เป็นต้นน้ำลำธารหลายสาย เช่น ห้วยเข็กใหญ่ ห้วยเข็กน้อย ลำน้ำทุ้ม คลองชมภู และคลองวังทอง เป็นต้น ฤดูฝนอยู่ในระหว่างเดือนกรกฎาคม-ตุลาคม และฤดูหนาวระหว่างเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ อากาศจะหนาวเย็นมากเหมาะแก่การไปท่องเที่ยว พันธุ์ไม้ที่สำคัญ ได้แก่ ไม้สนสองใบ มะม่วงป่า ประดู่ และทุ่งหญ้าที่เป็นพื้นที่โล่งกว้างใหญ่มีสนและไม้ดอกขึ้นสลับกันอยู่

          สามารถมากางเต็นท์ได้ ณ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ทุ่งนางพญา และ ทุ่งโนนสน แต่ 2 ที่หลังนี้ไม่มีบริการไฟฟ้าและห้องน้ำอยู่กันแบบธรรมชาติล้วน ๆ ซึ่งการเดินทางไปแต่ละจุดนั้นต้องใช้รถที่มีประสิทธิภาพสักหน่อย ยิ่งเป็นรถขับเคลื่อน 4 ล้อยิ่งดี เพราะในช่วงหน้าฝนถนนค่อนข้างลื่นชัน กิจกรรมที่นิยมมากคือการขี่จักรยานเที่ยวชมธรรมชาติรอบ ๆ อุทยานฯ


ทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งแสลงหลวง

          สำหรับ ทุ่งนางพญา นั้น จะอยู่ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวประมาณ 14 กิโลเมตร ต้องใช้เวลาเดินทางเกือบ 1 ชั่วโมง จากนั้นถ้าต้องการไปยัง ทุ่งโนนสน ต่อก็ต้องเดินทางเข้าไปอีก 18 กิโลเมตร ระหว่างทางเราจะได้พบ ต้นดอกกระเจียวขาว เอื้องชะนี เอื้องคำปากไก่ เฟิร์นชนิดต่าง ๆ เป็นต้น เมื่อเราได้มายืนอยู่ท่ามกลางป่าทุ่งสนสองใบ เราจะได้ยินเสียงลม วีด วิ้ว อยู่ตลอดเวลา ขอบอกว่ามันเป็นเสียงที่บรรเลงโดยธรรมชาติล้วน ๆ

          การ เดินทางครั้งนี้ ความโรแมนติกของบรรยากาศและสถานที่ พร้อมทั้งความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติทำให้ทุ่งแสลงหลวงในหน้าฝน เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกประทับใจมาก และในโอกาสต่อไปเราจะกลับมาเยือน ทุ่งแสลงหลวง นี้อีกครั้งในช่วงฤดูหนาว เพราะครั้งหน้าเราจะพาคุณมาชม ทุ่งแสลงหลวงในแบบฉบับพื้นป่าทุ่งหญ้าสะวันนาเมืองไทย พร้อมดอกไม้นานาพันธุ์


น้ำตกแก่งซอง

น้ำตกแก่งซอง

วัดราชคีรีหิรัญยาราม

วัดราชคีรีหิรัญยาราม

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

          น้ำตกแก่งซอง เป็นแหล่งท่องเที่ยวในเขตอุทยานทุ่งแสลงหลวง ด้านจังหวัดพิษณุโลก ทางหลวงหมายเลข 12 กม. 45 เกิดจากลำน้ำเข็กลดระดับทำให้ธารน้ำมีลักษณะเป็นน้ำตกมีขนาดใหญ่ ในช่วงฤดูฝนน้ำจะมีลักษณะสีน้ำตาลขุ่น แต่ในช่วงฤดูหนาวและร้อนเมื่อน้ำลดระดับลงน้ำจะมีสีขาวใส สามารถพายเรือคายัคเล่นได้

           วัดราชคีรีหิรัญยาราม (เขาสมอแคลง) มาสักการะเจ้าแม่กวนอิมหยกขาว ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก สูงถึง 3.5 เมตร สร้างมาจากหินหยกขาวชิ้นเดียว ได้รับการปลุกเสกจากวัดหยินธงเป่าเตี้ยน ประเทศจีน บริเวณโดยรอบวัดยังจัดสร้างองค์พระพุทธรูปสำคัญปรางค์ต่าง ๆ ประดิษฐาน เพื่อให้เป็นที่กราบไหว้สักการะของพุทธสากนิกชนชาวพุทธโดยทั่วไป

           เจดีย์ยอดด้วน (เขาสมอแคลง) มี อายุราว 700 ปี พงศาวดารเหนือบันทึกไว้ว่า พระยาจิตรไวย แห่งเจ้าเมืองน่านสร้างเจดีย์องค์นี้เพื่อบรรจุพระธาตุของพระอรหันต์เถระ เจ้า คือ พระอุบาลีเถระและพระศิริมานนท์เถระ ซึ่งเป็นพระสงฆ์ 2 รูปที่ได้รับนิมนต์เป็นประธานฝ่ายสงฆ์สร้างพระพุทธชินราช ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร มีการซ่อมแซมและบูรณะมาหลายครั้งแล้ว ลักษณะเจดีย์เป็นทรงลังกา มีฐานสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ 3 ชั้น หลังจากนั้นจะเป็นฐานย่อแปดเหลี่ยมแล้วขึ้นเป็นองค์ระฆัง ลักษณะเด่นของที่นี่คือบริเวณยอดเจดีย์องค์ระฆังจะมีเพียงแค่ครึ่งซีกเท่า นั้น

           พระมหาธาตุเจดีย์ศรีบวรชินรัตน์ (เขาสมอแคลง) สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 9 เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาและบูชาความดีของบูรพมหากษัตริย์นักรบไทย ส่วนยอดที่เป็นดอกบัวของพระมหาธาตุเจดีย์นั้นได้บรรจุพระบรมธาตุ คือ พระนลาต (กระดูกส่วนหน้าผาก) และพระบรมสารีริกธาตุส่วนต่าง ๆ ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

           โรงเจไซทีฮุกตึ๊ง ศาลเจ้าพ่อเห้งเจีย (เขาสมอแคลง) มีความวิจิตรสวยงามมาก มีจุดที่ให้ได้กราบไหว้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์หลายแห่ง อาทิ เข้าเฝ้าเง็กเซียนฮ่องเต้ สักการะเจ้าแม่กวนอิมพันมือ เดินชมสวนสวรรค์แห่งเทพเจ้า พร้อมชมจุดชมวิวดอยสุเทพ 2 มอง ซึ่งสามารถมองเห็นทุ่งนา บ้านเรือนและบริเวณโดยรอบของอำเภอวังทอง

ทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งแสลงหลวง

Tips ข้อมูลการเดินทาง

          การเดินทางไปทุ่งแสลงหลวง

          โดยรถยนต์ส่วนตัวสามารถใช้เส้นทางได้ 2 เส้นทาง คือ ...

          • เส้นทางแรก จากจังหวัดเพชรบูรณ์ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 21 ไปทางอำเภอหล่มสัก ระยะทางประมาณ 13 กิโลเมตร ถึงบ้านนางั่วแล้วเลี้ยวซ้าย ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 2258 ขึ้นเขาค้อผ่านสี่แยกบ้านสะเดาะพงผ่านพระตำหนักเขาค้อ ตรงไปจนถึงบ้านทางตะวันเลี้ยวขวาไปอีกประมาณ 4 กิโลเมตร จะถึงหน่วยจัดการอุทยานฯ ทุ่งแสลงหลวงที่ 1 (หนองแม่นา)

          • เส้นที่สอง จากจังหวัดพิษณุโลกใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 12 เส้นพิษณุโลก-หล่มสัก ประมาณ 100 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าสู่เขาค้อผ่านหน้าอำเภอเขาค้อ ถึงสี่แยกบ้านสะเดาะพงแล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2258 ผ่านพระตำหนักเขาค้อตรงไปบ้านทางตะวัน เลี้ยวขวาไปอีกประมาณ 4 กิโลเมตร จะถึงหน่วยจัดการอุทยานฯ ทุ่งแสลงหลวงที่ 1 (หนองแม่นา)

          โดยรถโดยสารประจำทาง

          ทาง บขส. มีบริการมายบัส คือรถด่วนพิเศษไม่จอดระหว่างทาง วิ่งตรงจากกรุงเทพฯ - พิษณุโลก จากนั้นก็โดยสารรถประจำทางสายพิษณุโลก-หล่มสัก ลงรถที่บ้านแค้มป์สน กิโลเมตรที่ 100 แล้วว่าจ้างเหมารถสองแถวที่ปากทางแค้มป์สนไปยังหน่วยฯ หนองแม่นา สามารถสอบถามตารางเดินรถ บขส. ได้ที่ Call Center 1490

วันจันทร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ภูทับเบิก

มืดคว้าดาว เช้าคว้าหมอก ที่นี่ภูทับเบิก
ภูทับเบิก อยู่ที่ตำบลวังบาล จ. เพชรบูรณ์ ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร ซึ่งเป็นจุดสูงสุด
ของ จังหวัดเพชรบูรณ์ ภูมิประเทศมีความงดงามเป็นที่กล่าวถึง เป็นความงามของทะเลภูเขาตามธรรมชาติป่าไม้อุดมสมบูรณ์ อากาศบริสุทธ์ เย็นสบายตลอดปี ในตอนเช้ามีหมอกและกลุ่มเมฆ มองเห็นเป็นทะเลหมอกตัดกับยอดภูสีเขียว เป็นแหล่งปลูกกะหล่ำปลีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

ภูทับเบิก เป็นสถานที่ที่มีความสำคัญมากที่หนึ่ง เพราะเป็นจุดรองรับน้ำฟ้ากลางหาว เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2542เวลา 15.59 น. ณ สำนักสงฆ์บ้าน ทับเบิก เพื่อนำไปรวมเป็นน้ำเพชรน้อมเกล้าถวายเป็นพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ในพระราช พิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ ในวันที่ 5 ธันวาคม 2542เป็นสถานที่ที่มีเครื่องวัดอุณหภูมิที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และยังเป็นเส้นทางเชื่อมโยงสู่แหล่งท่องเที่ยวและ ประวัติศาสตร์ที่สำคัญ คือ อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า  ชาวบ้านที่ ภูทับเบิก เป็นชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง หรือแม้ว ที่ย้ายถิ่นฐานมาจากทางภาคเหนือ และได้ใช้พื้นที่



ปลูก ฝิ่นสำหรับจำหน่าย ในปี พ.ศ. 2510 ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ได้ชักชวนให้ชาวเขาเหล่านี้เข้าร่วมต่อต้านรัฐบาลแต่เมื่อมีการเข้าปราบปราม และชาวบ้านได้เข้ามอบตัว จึงได้มีการจัดตั้งศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา จังหวัดเพชรบูรณ์ขึ้นในปี พ.ศ. 2525 โดยชาวบ้านได้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม มีการทำแปลงเกษตรแบบขั้นบันไดวิถีชีวิตของชางม้งที่นี่ ยังคงมีการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี ในทุกๆ ปี จะจัดงานปีใหม่แบบดั้งเดิม และมีการแสดงวัฒนธรรมด้วย
ที่ยอดภูทับเบิกจะมีไร่กระหล่ำปลีเต็มไปหมดทุกภูเขา เราสามารถ เดินไปดูเก็บกระหล่ำปลี ซึ่งก็เป็น
ชาวเขาม้งจะขอซื้อมาทานก็ได้ ราคาแสนถูก และสดเหนือคำบรรยายครับ  และอย่าลืมขับรถไปเที่ยวในเส้นทาง
ไป หมูบ้าน ที่อยู่ห่างจากยอดทับเบิก 5 กิโลเมตร เส้นทางสายนี้นับว่า วิวสวยมาก มองไปทางซ้ายก็กระหล่ำปลี ขวากระหล่ำปลี เป็นภูเขากระหล่ำปลี เหนือยอดกระหล่ำปีเป็นปุยหมอกจางๆ สวยมาก
จากสภาพดังกล่าว จึงทำให้ภูทับเบิกเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ และดึงดูดใจนักท่องเที่ยวที่นิยมสัมผัส


แก่นแท้วิถีชีวิต วัฒนธรรมชุมชน และแหล่งธรรมชาติที่บริสุทธิ์  ซึ่งเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่กำลังมี
กระแสความนิยมอยู่ทั่วไป ภายใต้คำกล่าวที่ว่า "นอนทับเบิก สัมผัสความหนาว ดูดาวบนดิน"  
***สำคัญมากหากใครต้องการไปดูกะหล่ำยักษ์ที่ภูทับเบิก ชาวบ้านจะปลูกกันช่วงนี้กัน***ช่วงเดือน ก.ค.-ต.ค. ซึ่งเป็นช่วงหน้าฝนก็จะได้บรรยากาศแบบอลังการด้วยทะเลหมอกจากไอฝนช่วงเดือน พ.ย.ในหน้าหนาวซึ่งจะเป็นช่วงที่สวยงามที่สุด 
การเดินทางสู่ภูทับเบิก.... จากเพชรบูรณ์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 21 ประมาณ 40 กิโลเมตร ถึงสี่แยกหล่มสัก ตรงไปตามทางหลวงหมายเลข 203 อีก 13 กิโลเมตร พบป้ายบอกทางไปอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ตามทางหลวง 2011 และทางหลวงหมายเลข 2331 อีก 40 กิโลเมตร ถึงด่านเก็บค่าธรรมเนียมของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จากตรงนี้มีทางแยกขวาเข้าหมู่บ้านทับเบิกไปอีก 6 กิโลเมตร   เส้นทางจากหล่มเก่ามาภูทับเบิกจะสูงชันและคดเคี้ยวมาก รถบัสไม่สามารถขึ้นได้ ผู้ที่ใช้รถยนต์หรือรถตู้ ควรขับรถด้วยความระมัดระวังอีกเส้นทางหนึ่งใช้เส้นทางด้านอำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ผ่านอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า เลยที่ทำการอุทยานฯมประมาณ 24 กิโลเมตร จะถึงภูทับเบิก หากขับรถต่อไปจะมาบรรจบกับเส้นทางที่จะลงไปยังอำเภอหล่มเก่า
รถโดยสารประจำทาง..... บริษัท ขนส่ง จำกัด มีบริการเดินรถปรับอากาศชั้น 2 และรถธรรมดากรุงเทพฯ-เพชรบูรณ์-หล่มสัก ออกจากสถานีขนส่งหมอชิต 2 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 2936 2852–66 สาขาเพชรบูรณ์ โทร. 0 5672 1581 นอกจากนี้ยังมีบริษัทเอกชนบริการเดินรถปรับอากาศชั้น 1 ในเส้นทางเดียวกัน ได้แก่ เพชรทัวร์ โทร. 0 2936 3230 สาขาเพชรบูรณ์ โทร. 0 5672 2818 และถิ่นสยามทัวร์ โทร. 0 2936 0500, 0 2513 9077 (จากกรุงเทพฯ มีรถประมาณ 8 เที่ยวตั้งแต่เวลา 09.30 น.- 23.30 น.) สาขาเพชรบูรณ์ โทร. 0 5672 1913 สาขาหล่มสัก โทร. 0 5670 1613 (จากหล่มสักมีรถประมาณ 7 เที่ยว ตั้งแต่เวลา 08.30 น. - 24.00 น.)